A Big Bad Wolf that falls in love with

The Red Riding Hood

 

Status: 1/5

Author: Realatian 

Genre: AU, Fantasy, Romantic, Drama

Rating: R

 


 

 

 

 

 

 

 

dear_little_red_riding_hood_by_nilampwns

 

 

 

 

 

 

 
 
 
 
          บานหน้าต่างสีเปลือกไม้แก่ทั้งสองบานเปิดอ้ารับอากาศบริสุทธิ์จากป่า แดดอ่อนยามเย็นสาดแสงพร้อมลมที่ถือวิสาสะวิ่งเข้าบ้านหลังน้อย สองแขนเล็กๆ ขัดถูตามบานกระจกช้าๆ ละเมียดละไม รอยใดที่ถูกทิ้งไว้มือเล็กๆ นั้นก็จะวกกลับมาขัดมันใหม่ วนซ้ำๆ เชื่องช้ากว่าเดิมจนเจ้าตัวแน่ใจว่ารอยนั้นหายไปแล้วจึงจะเปลี่ยนที่
 
         


          นัยน์ตาสีอ่อนกว่ากรอบบานหน้าต่างดูตั้งใจ รอยยิ้มน้อยๆ เสียงเล็กๆ ฮัมเพลงจากลำคอ จนผ้าเช็ดกระจกเริ่มแห้ง ร่างแบบบางนั้นก็หายเข้าไปในบ้าน… อีกซักพัก ก่อนจะออกมาอีกครั้งด้วยอิริยาบถเดิม ไม่แตกต่างทว่าดึงดูด

 


 
          บ่ายแสนสุข

 


 
 
          เงาตะคุ่มในพุ่มไม้ข้างบานหน้าต่างหมอบต่ำลงอีกนิดเพื่อพรางตัว พวงหางฟูนุ่มลดลงต่ำไม่ยอมให้ตกเป็นเป้าสายตา กรงเล็บแหลมจิกพื้นดินขณะนัยน์ตาสีอำพันจ้องหน้าต่างบานนั้นนิ่งนาน จนร่างเล็กหายเข้าไปในบ้านแล้วถึงค่อยยอมยันตัวขึ้นอย่างระมัดระวัง

 
 
          พยายามซ่อนร่างสูงใหญ่ของตนไว้ในพุ่มไม้เตี้ย รูปหัวสมส่วนหันไปมองยังบานหน้าต่างนั้นอีกครั้งก่อนสี่ขาจะก้าวพาตัวเองออกจากบริเวณนั้น


 
          ตะวันเพิ่งพ้นจากกลางฟ้าได้ไม่นาน
          ยามใดที่ลาลับฟ้ามันจะมาที่นี่อีกครั้ง
 
         


            เหมือนเดิม… เหมือนเคย
 
 
 


          .
 
 


 
 
          “จียง ยังจำทางได้ใช่มั้ยลูก?”

 
 
          “ฮะแม่ เข้าป่าไปเรื่อยๆ เจอแยกก็เลี้ยวซ้าย”

 
 
          “ขวา”


          “ขวานั่นแหละฮะ” เด็กหนุ่มเจ้าของชื่อยิ้มแหยกับสายตาคาดโทษของมารดา หญิงสาวส่ายหัวช้าๆ ก่อนจะยกมือลูบเรือนผมนิ่มสีสว่าง

 
 
          “ไหวแน่มั้ยลูก แม่ไปเองดีกว่ามั้ย ลูกก็เฝ้าบ้านเหมือนปกติ”


          “ไม่เอา แม่แก่แล้ว ผมยังหนุ่ม ผมไปเองดีกว่า” เบื่อเฝ้าบ้านแล้ว… เด็กหนุ่มเติมประโยคท้ายในใจ

 
 
          “อย่างนั้นก็ตามใจ อย่าเถลไถล อย่าเชื่อใจคนแปลกหน้า ระวังหมาป่าด้วย รีบไปรีบกลับนะลูก” มารดาสั่งการเสียงนุ่มแม้เนื้อความจะเข้มงวด ความห่วงใยฉายชัดในแววตาสีหินอ่อน

 
 
          “รับทราบครับผม!” ควอนจียง ลูกชายคนแรกและคนเดียวของตระกูลควอนยกมือขึ้นตะเบ๊ะพร้อมสีหน้าทะเล้น เด็กหนุ่มถือตะกร้าหวายเดินไปหยิบเสื้อคลุมสีแดงตัวโปรดมาสวมอย่างทุลักทุเล


 
 
          คุณนายควอน หญิงวัยกลางคนมองท่าทีนั้นด้วยความกังวล ทว่านางไม่สามารถห้ามลูกชายตัวเองได้ อีกทั้งสุขภาพที่ไม่เอื้ออำนวยให้เดินติดต่อกันเป็นเวลานานจึงจำต้องฝากภาระไปยังแก้วตาดวงใจที่เพิ่งเข้าวัยหนุ่


 
          เสียงเล็กๆ ฮัมเพลงในลำคอช่างคุ้นเคยสำหรับหญิงสาว ทว่าในเวลานี้นางรู้สึกราวกับว่ามันแผ่วเบาและกำลังจะหายไปอย่างไม่กลับมาอีก… แม้ว่าจียงจะยังฮัมเพลงอยู่ตลอดก็ตาม
 
 


 
          .


 
 
          นัยน์ตาเรียวเล็กหยีลงยามเงยหน้าสู้แสงแดดบนฟ้า ตำแหน่งของดวงอาทิตย์บอกเด็กหนุ่มว่าใกล้จะเที่ยงแล้ว มือเล็กยกขึ้นปาดเหงื่อจากหน้าผากใต้ผมปรกและหมวกคลุมสีแดง


 
          จียงสอดมืออีกข้างช่วยผ่อนแรงตะกร้าหวายแสนหนัก เพราะไม่เคยออกแรงมาก แขนขวาจึงทั้งล้าและเมื่อยขบ สองขาเรียวพาเดินไปได้อีกสองสามก้าวก็พามาหยุดยังใต้ร่มไม้ใหญ่ ร่างเล็กทรุดตัวลงนั่งพร้อมผ่อนแรงตั้งตะกร้าใบใหญ่ไว้ข้างกาย

 


 
          เหนื่อยจัง…
 
 

 


            เรียวปากอิ่มผ่อนลมหายใจออกหนัก สองแขนชันขึ้นให้ตนเองนั่งพิงกับต้นไม้ได้ถนัด เวลาใกล้เที่ยงแบบนี้ลมเย็นไม่ค่อยพัดมาเสียเท่าไหร่ มือเล็กจัดหมวกคลุมตัวเองให้เรียบร้อยเข้าที่เข้าทางก่อนจะนั่งแช่อยู่อย่างนั้น ตั้งใจว่าจะพักอีกซักหน่อยแล้วออกเดินทางต่อไปยังบ้านลึกกลางป่า


          คุณยายของจียง… คุณแม่ของคุณนายควอนจีอาไม่ค่อยสบายเท่าไหร่นัก ร้อนถึงหญิงสาวต้องคอยเอาอาหารบำรุงและยาไปให้ที่บ้านในป่าลึกทุกครั้ง อีกทั้งอาการเจ็บป่วยบวกด้วยความดื้อรั้นของคุณยายทำให้ไม่สามารถย้ายมาอยู่ด้วยกันได้ คุณนายควอนจึงต้องคอยจัดอาหารบำรุงใส่ตะกร้าเอาไปให้อยู่ตลอด


 
          และตอนนี้ก็กลายเป็นหน้าที่ของเขาแล้ว… เด็กหนุ่มหน้ามุ่ยเมื่อคิดมาถึงตรงนี้ แรกเริ่มเขาก็ตื่นเต้นที่ได้เดินเล่นในป่า แต่การแบกตะกร้าหนักอึ้งมาด้วยทำให้เด็กหนุ่มเดินเล่นไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่นัก


          จียงปาดเหงื่อครั้งสุดท้ายก่อนจะกระชับหมวกคลุม เพราะว่าบ้านอยู่ในป่าไกลจากหมู่บ้านหลายกิโลทำให้จียงไม่ค่อยได้พบผู้คน นอกจากแม่กับยายแล้วเด็กหนุ่มก็มักจะประหม่ากับคนอื่นจนต้องหาผ้าคลุมคลุมศีรษะช่วยลดความประหม่าทุกครั้ง


 
          ตะกร้าใบใหญ่ถูกประคองขึ้นในอ้อมแขนเล็ก ทว่าแอปเปิ้ลใบเล็กกลับกลิ้งลงจากขอบตะกร้า เด็กหนุ่มขมวดคิ้วมองผลแอปเปิ้ลเล็กเกินเพื่อนก่อนจะยอมเดินจากไปด้วยสู้น้ำหนักของตะกร้าที่จะก้มเก็บมันขึ้นมาไม่ไหว


 
          เพราะไม่เหลียวหลังกลับมา… จึงไม่เห็นว่ามีจมูกเล็กๆ ทิ่มออกมาจากพุ่มไม้ จดจ่อกับผลแอปเปิ้ลอย่างกระตือรือร้น


 
 
 
          .


 
 
 
 
          ในป่าแสนกว้างใหญ่ แทบร้างไร้ผู้คน ต้นไม้ดกรกครึ้ม ไม่มีมนุษย์ใดไยดี ไม่มีใครคิดเข้ามารุกราน ในที่ที่ไม่มีใครยอมรับและต่อต้าน
 
 


 
          ที่นี่เป็นของเขา


 
 
            ใบหูใหญ่กระดิกเงี่ยฟังเสียงรอบข้าง ร่างสูงใหญ่สี่ขาเกินสุนัขเลี้ยงย่างเยื้องตามพื้นดินอย่างช้าๆ จมูกไวต่อกลิ่นไล่สูดดมกลิ่นคุ้นเคย ขนฟูนุ่มสีเทาไหวเบาตามสายลม


 
          แอปเปิ้ลผลน้อยถูกซุกซ่อนไว้ในที่อยู่ประจำ… พุ่มไม้ข้างต้นไม้ใหญ่ มันนึกถึงผลไม้กลิ่นสดชื่นนั้นก่อนจะดมกลิ่นตามพื้นอย่างกระตือรือร้น หางตาเห็นชายผ้าสีสดอยู่รำไร
 
 


 
          ตามทันแล้ว…


 
 
            เด็กชายร่างเพรียวบางยืนเคาะประตูสองสามครั้งแล้วนิ่ง หยุดยืนรอ ประตูนั้นถูกเปิดด้วยมือเหี่ยวย่นของหญิงชรา สัตว์สี่เท้าเลือกแอบหลังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ลำต้นของมันพอจะบังร่างสูงใหญ่ได้มิด หูที่ไวสัมผัสต่อเสียงกระดิกเงี่ยฟัง


 
          “หนู… ใครจ๊ะ?”


 
          “ผมจียงเองฮะคุณยาย” นัยน์ตาสีอำพันเห็นเด็กหนุ่มเลื่อนผ้าคลุมแดงลง เผยให้เห็นเรือนผมน้ำตาลอ่อน


          “จียงเองหรอลูก?!รอบนี้จีอาไม่มาหรอ” หญิงชราลูบเนื้อลูบตัวเด็กตรงหน้ายกใหญ่
 
 


 
          ใบหูกระดิกด้วยความดีใจ
          จียง… คือชื่อของเด็กน้อยคนนี้


 
          “มาไม่ได้ฮะ คุณแม่ปวดขา ผมเลยอาสามาแทน”


 
          “ตายจริง นี่ต้องเป็นเพราะเอายามาให้ยายแน่ๆเลย บอกหลายครั้งแล้วว่าไม่ต้องมา… เข้ามาข้างในก่อนสิลูก เดินมาเหนื่อยๆ มาดื่มน้ำเย็นๆ ซะก่อน”


 
 
          “ฮะคุณยาย”


 
 
          นัยน์ตาสีอำพันจ้องร่างที่เดินเข้าบ้านหลังน้อยก่อนที่สัตว์สี่ขาจะพาตัวเองเดินเลียบซ่อนตัวตามพุ่มไม้มายังบริเวณข้างบ้าน หาที่ซุ่มซ่อนเหมาะสมได้แล้วก็เงี่ยหูฟังเสียงเล็กหวานที่สนทนากับหญิงชราอีกครั้ง


 
          “ไม่ได้เจอพวกหมาป่าใช่มั้ยลูก?”


 
          “เอ๋? ไม่นี่ฮะ ระหว่างทางโล่งดี เจอแต่กระรอก นก ผีเสื้อ อะไรเทือกๆ นี้” เด็กหนุ่มเอียงคอตอบเสียงใส แววตาช่างแสนซื่อ ไม่นึกถึงอันตรายระหว่างทางแม้แต่น้อย


 
          “นั่นสิ ยายก็ลืม หมาป่าพวกนี้มันออกหากินกลางคืนนี่เนาะ” เสียงแหบหวานหัวเราะกลั้วในลำคอแผ่วเบา หญิงชรายื่นมือลูบเรือนผมนุ่มอย่างแสนรัก จียงยิ้มหวานให้ยายลูบผมแต่โดยดี เด็กหนุ่มยืดตัวจากเบาะโซฟานุ่มจับมือคุณยายพลางพูดคุณกันตามประสา
 
 


 
          ภาพแห่งความสุขช่างทิ่มแทงใจ...
          พวกหมาป่าที่ออกหากินกลางคืน…เช่นมัน
 
 


 
          หมาป่าตัดสินใจเดินออกจากตรงนั้น วันนี้มันได้เห็นใบหน้าแสนหวานที่เฝ้าคิดถึงมาพอแล้ว แค่เพียงความรัก ความหลงใหลไม่อาจปลอบประโลมความโดดเดี่ยวของมันได้
 
 
 


          หมาป่าต้องออกหากิน
 
 
 
 
          .


 
 


 
 
          หมาป่าเดินไปเรื่อย ตามกลิ่นสดชื่นจากผืนดินแห้ง เหยียบย่ำวัชพืชหย่อมน้อยไปตามทางจนมาจบที่ริมแม่น้ำสายย่อย จมูกของมันดมฟุดฟิดไปเรื่อยก่อนร่างสูงใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยขนเทาจะทรุดตัวนอนหมอบปล่อยหางตกเคลียพื้น


 
 
          ไม่ปิดเร้น ซ่อนตัว หลบหนี
          ในป่านี้ ไม่มีใครยอมรับหรือขับไล่
          ป่านี้เป็นของมัน


 
 
          มีเพียงมัน
 
 


 
          ออกล่า ฆ่าสัตว์เล็ก แม้กระทั่งฆ่าคน… นั่นคือหมาป่า และเป็นหมาป่าในสายตามนุษย์เสมอมา มันไม่เคยเดือดร้อนจนกระทั่งได้มาเจอกับมนุษย์ตัวน้อยที่นี่เมื่อหลายปีก่อน


 
          อ้อมแขนเล็กๆ ที่โอบกอด สองมือน้อยลูบขนฟูหนาอย่างอ่อนโยน ราวกับทะนุถนอมผืนแพรผ้าไหมราคาแพง


 
          เด็กตัวน้อยกับเสื้อคลุมสีแดง ใบหน้าเปื้อนน้ำตา มันไม่รู้จะทำอย่างไรจึงกัดก้านดอกไม้มีหนามสีแดงไปให้ นั่งมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่เปื้อนคราบน้ำตาจนกระทั่งรอยยิ้มแย้มที่วาดขึ้นบนเรียวปากบางในที่สุด


 
          มือเล็กๆ ทั้งโอบกอด ลูบเกาไปทั่วตัวโดยที่เจ้าหมาป่ายินยอมแต่โดยดี ในหัวของมันไม่มีความคิดจะใช้เด็กตัวน้อยเป็นมื้ออาหารของมันแม้แต่น้อย นัยน์ตาสีอำพันจับจ้องรูปหน้ากลม นัยน์ตาสีอ่อน แก้มกลมสีเรื่อ


 
          จนกระทั่งเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้น กระสุนปืนถากที่ขาหลังของสัตว์ร้ายเล็กน้อยแต่มันก็ยังกัดฟันวิ่งได้ พอตั้งสติหันไปหาเด็กน้อยได้บ้างจึงเห็นนายพรานอุ้มเด็กน้อยคนนั้นขึ้นในอ้อมอก หญิงสาวที่มาด้วยกันลูบหัว ลูบหลังเด็กน้อยยกใหญ่ 
 
 


 
          ผิวหนัง ถูกกระสูนถากจนปริแยก ไม่นานก็ประสาน
 
          เลือดที่ไหล ไม่นานก็หยุดตามกลไกร่างกาย
 
          ทว่าหัวใจของมัน…ถูกเปิด
 
          ออกตลอดกาล
 
 


 
 
          โดยสิ่งมีชีวิตต่างสายพันธุ์
 
          มนุษย์ตัวน้อย
 
           
 


 
          หลายปีผ่านไป หมาป่าใช้ชีวิตอย่างสงบเงียบ ภาพเด็กน้อยที่ปรากฏในหัวทุกครั้งเมื่อออกล่าทำให้มันงดล่าสัตว์โดยไม่จำเป็น เวลาที่ว่างจากตรงนั้นหมาป่าจึงใช้สะกดรอยเด็กชุดแดงจนพบบ้านกระท่อมหลังน้อยที่เด็กน้อยอาศัยได้ในที่สุด มันเฝ้ามองนับเดือนนับวัน มองเด็กวิ่งเล่นรอบบ้านที่ค่อยๆ โตขึ้นเรื่อยๆ


 
          เจ้าหมาป่ามักจะแอบตามสะกดรอยเงียบๆ พยายามไม่ให้เด็กน้อยสังเกตเห็นด้วยเกรงว่าเด็กน้อยจะหวาดกลัวเมื่อพบมันเข้า


 
 
          ส่วนหนึ่งที่กลัวก็เป็นเพราะนิทานเรื่องนั้น…
          นิทานของมนุษย์ ที่แต่งขึ้นเพื่อเตือนใจมนุษย์ ไม่ให้ไว้ใจสัตว์เช่นมัน


 
          จริงที่มนุษย์ไว้ใจพวกมันไม่ได้ แต่มนุษย์คงจะลืมไปว่ามันไม่ได้มีปากเสียงไว้ล่อหลอกหนูน้อยหมวกแดงอย่างในนิทาน
 
 


          ไม่มีปากเสียงจะพูดอะไร

 
 
 
            อีกวันที่นัยน์ตาสีอำพันจ้องเป๋งไปยังเด็กหนุ่มในชุดคลุมสีแดงท่ามกลางสัตว์เล็กสัตว์น้อยทั้งหลาย เจ้าหมาป่าอดอิจฉาไม่ได้เมื่อเห็นลูกสุนัขตัวน้อยแนบหัวกลมๆ กับมือเล็กเนียน มืออีกข้างก็ง่วนอยู่กับการเกาคางกระต่าย สัตว์เล็กๆ เหล่านี้ได้รับความรักจากจียงอยู่เสมอ


         
          บ่อยครั้งที่อยากจะเดินออกไปเข้าร่วมกลุ่มด้วย แต่เพราะเขี้ยว กรงเล็บ คงทำให้สัตว์น้อยที่เหลือหวาดกลัวรวมไปถึงเด็กน้อย… ไม่มีใครอยากสนทนากับมัน


 
 
          บ่อยครั้งที่เหงา
 
 


          จียง…


 
          เป็นครั้งแรกที่หมาป่าอยากมีเสียงพูด
          เพื่อเรียกชื่อนั้น… เรียกเด็กคนนั้นให้หันมา


 
 
          เพื่อหลบ…


 
          ปิดซ่อนรูปร่างสัตว์ร้ายไว้ไม่ให้เด็กน้อยหวาดกลัว
 
 
 
          TBC
 
 
 
 
          ขอบคุณเครดิตทั้งหลายที่ทำให้เกิดฟิคเรื่องนี้ได้ค่ะ ^ ^
 
 
          Credit
 
          1. แบนเนอร์สวยๆ เป็นแฟนอาร์ตจากเว็บ deviant art ค่ะ แนะนำให้อ่านแคปชั่นของรูปนี้ด้วยจะปริ่มมาก T^T จิ้ม

 

          2. เพลง The Wolf that fall in love with the red riding hood จิ้ม

 

          3. นำชื่อเพลงจากข้อ 2. ไปเสิร์ช เพิ่มคำว่า fiction ต่อท้ายในกูเกิ้ลจะได้ฟิคมามหาศาลบานตะไทเลยค่ะ(เป็นภาษาอังกฤษนะคะ) TwT ต้องขอโทษจริงๆ ที่ไม่สามารถเอาลิงค์มาเรียงทั้งหมดได้เพราะตอนนั้นอ่านอย่างบ้าเลือด อ่านไม่เลือกหน้า และพบว่าอันที่ชอบนั้นอัพไม่จบซักเรื่องเลยค่ะ /ร้องห้าย

 

          4. ฟิค GDTOP เรื่อง Hey there little red riding hood ค่ะ อันนี้เป็นแรงบันดาลใจหลักๆ เลย ฟินมาก (กระซิบว่าเอ็นซีจัดเต็มค่ะถถถถถถ) จาก asianfanfics นะคะ จิ้ม

 

 

 

          ต้องขอบคุณเครดิตทั้งหมดทั้งมวลนี่(แม้เจ้าของจะไม่รู้เรื่องเบยก็ตาม)ด้วยค่ะ อันที่จริงมีมากกว่านี้ แต่ที่รวบรวมสามารถเอามาฝอยได้รู้เรื่องมีเท่านี้ (. _ .)